การร่ายรำครั้งสุดท้ายของปรมาจารย์เชิดสิงโต
ท่ามกลางเปลวเพลิง เขายังคงกระโจนร่ายรำดังเช่นวันวาน ราวกับยังยืนอยู่ท่ามกลางสายตานับหมื่นที่เฝ้ารอให้เขาขับไล่สิ่งชั่วร้ายและอำนวยพรแก่ผู้คน เขาทะยานขึ้นยืนบนเสาดอกเหมย และเรียกเหล่าศิษย์มาร่วมร่ายรำเป็นครั้งสุดท้าย
บัดนี้ผู้ทำพิธีไฉ่ชิงมาถึงแล้ว เขาเพียงต้องร่ายรำให้เต็มที่ เปลี่ยนปณิธานตลอดชีวิตให้เป็นการแสดงปิดฉากอันสมบูรณ์ พร้อมถ่ายทอดยอดวิชาทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง
ผู้ทำพิธีไฉ่ชิงตรงหน้าก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ทุกย่างก้าวเป็นจังหวะมั่นคง ทั้งการกระโจนพลิกกายบนเสาดอกเหมย การไฉ่ชิง และการพ่นไฟ ล้วนเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปเป็นร่าง เลี่ยเยี่ยนส่งออกทีละกระบวนท่า อีกฝ่ายก็ตั้งรับทีละกระบวน จากการหยั่งเชิงกลายเป็นการไล่ตาม จากการถ่ายทอดกลายเป็นการประลอง จิตแห่งการแข่งขันค่อย ๆ ถือกำเนิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
คนรุ่นหลังผู้นี้นับว่าน่าเกรงขาม หากยังมีวันข้างหน้า เขาย่อมกำกับการฝึกของเด็กหนุ่มด้วยตนเอง และขัดเกลาวิชานี้ให้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ ทว่าเขาไม่มีโอกาสได้รอถึงวันนั้นแล้ว
เมื่อการร่ายรำใกล้สิ้นสุดและเขากำลังจะสูญเสียการควบคุม คนหนุ่มตรงหน้าก็รับหัวสิงโตจากมือเขาไว้อย่างมั่นคง แต่หยุดไว้เพียงเท่านั้น มิได้นำมันมาใช้โจมตี เพียงชั่วขณะนั้น เลี่ยเยี่ยนก็มองเห็นพลังชีวิตแห่งการเชิดสิงโตหลอมรวมอยู่ภายในหัวสิงโตในมืออีกฝ่าย วันหนึ่งเปลวเพลิงของมันจะกวาดล้างสิ่งชั่วร้ายและขจัดความมัวหมองทั่วหล้า
เพียงเท่านี้ การร่ายรำครั้งสุดท้ายของเลี่ยเยี่ยนก็เสร็จสมบูรณ์