มือสังหารแห่งพรรคฉิวมิ่ง ผู้เฝ้าหอวิญญาณในคฤหาสน์มายา สวมเสื้อคลุมฟาง ซ้อนหน้ากากแดงฉานหลายชั้นไว้เหนือศีรษะ ร่างกายกำยำแข็งแรง แต่ผิวกลับซีดขาวดุจซากศพ คมดาบคู่ในมือมีนามว่า คมกระดูกเงาชาด เป็นศาสตราอำมหิตที่เขาหวงแหนประหนึ่งไขกระดูกของตน
ฉิวเฟิงมีนิสัยวิปริตดุร้ายและกระหายเลือด เขางมงายในอานุภาพขับไล่สิ่งชั่วร้ายของมหรสพนานาชนิด จึงฝืนลอกเลียนเพียงรูปแบบภายนอก ทั้งเลียนแบบย่างก้าวของตัวนักรบบนเวที และนำท่ากางเขี้ยวอันเกรี้ยวกราดจากการแสดงเชิดเขี้ยว มาฝังฟันแหลมเรียงรายลงบนหน้ากากของตน โดยเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มอานุภาพให้กระบวนท่าอย่างมหาศาล
เมื่อเข้ามาในคฤหาสน์เป็นครั้งแรก เขาสังหารนักแสดงระบำหน้ากากนั่วจนสิ้น แล้วริบหน้ากากตุลาการชาดมาเป็นสมบัติล้ำค่า เมื่อมีมากจนสวมบนใบหน้าไม่หมด จึงนำมาซ้อนกันเป็นชั้นเหนือศีรษะ ทั้งยังเลียนแบบการแสดงกลืนดาบย่ำไฟ ด้วยการแทงดาบยาวเข้าไปในกะโหลกโดยตรง เพื่อโอ้อวดความห้าวหาญที่คมดาบคมหอกมิอาจทำอันตราย หากตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาจะชักดาบยาวออกจากกะโหลก ปล่อยให้หน้ากากครอบซ้อนอยู่บนตัวดาบ แล้วเหวี่ยงฟาดอย่างดุดันดุจพายุฝนกระหน่ำ
คนวิปลาสเช่นนี้ยอมรับคำสั่งจากทูตแห่งม่านฝัน ย่อมมิใช่เพราะความภักดี หากเพราะปรารถนาจะใช้โลหิตของยอดฝีมือย้อมหน้ากากและอาภรณ์ของตนให้แดงฉาน เมื่อรู้ว่าท่านโซล ผู้ไร้พ่ายได้เข้ามาในคฤหาสน์แล้ว เขาจึงเฝ้ารออยู่บนเส้นทางที่โซลต้องผ่านด้วยใจเปี่ยมความคาดหวัง
น่าเสียดายที่ครานี้ โลหิตที่ใช้ย้อมหน้ากากและเสื้อคลุมฟางให้แดงฉาน กลับเป็นโลหิตของเขาเอง